เครือข่ายปราจีนบุรีนัดรวมพลชุมนุมใหญ่คัดค้าน EEC หน้าศาลากลาง 17 ส.ค. นี้!

ทำเนียบรัฐบาล / ปราจีนบุรี – เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำ “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านกว่า 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี ถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล 1111 (กพร.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

การยื่นหนังสือในครั้งนี้ มาพร้อมกับ รายชื่อประชาชนผู้ร่วมคัดค้านจำนวน 11,207 รายชื่อ เพื่อใช้สิทธิตามมาตรา 43(3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยมี รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือและรับปากจะนำเรื่องแจ้งต่อท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้   ทางเครือข่ายฯ ได้ชี้แจงถึงข้อห่วงกังวลอย่างหนักต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากปราจีนบุรีถูกผนวกรวมเป็นจังหวัดที่ 4 ในพื้นที่ EEC  ประกอบด้วย

•รายงานการศึกษาขาดความโปร่งใส: รายงานของสถาบันวิจัยฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เร่งรีบ ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบก่อนนำเข้าที่ประชุม กพอ. และตรวจพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหลายจุด

•บทเรียน “หลังบ้าน EEC”: ตั้งแต่ปี 2560 ปราจีนบุรีกลายเป็นแหล่งรองรับและกำจัดขยะพิษ กากอุตสาหกรรม และโรงหลอมเถื่อนของทุนข้ามชาติ โดยไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม

•ความล้มเหลวในการจัดการมลพิษ: พื้นที่ EEC เดิม (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) ยังประสบปัญหาขยะพิษ โรงงานศูนย์เหรียญ นอมินี และแรงงานผิดกฎหมายที่รัฐยังควบคุมไม่ได้

•กฎหมายเอื้อทุนสีเทา: กฎหมาย EEC ทำลายวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง

•ชาวบ้านสูญเสียที่ดิน: เกิดการกว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่โดยกลุ่มนายทุน Politician และนายหน้า ทำลายราคาและที่ดินหลุดมือจากเกษตรกร

•กระทบพื้นที่ป่าและมรดกโลก: มีแผนสร้างเขื่อนเพิ่มอีก 7 แห่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ทับลาน ซึ่งป่าต้นน้ำจะหายไปกว่า 20,000 ไร่ และเสี่ยงถูกถอดจากการเป็นมรดกโลก ทั้งที่เขื่อนเดิมไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อภาคการเกษตรอย่างจริงจัง

•ทำลายจุดแข็งเกษตรอินทรีย์: ปราจีนบุรีมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเกษตรอินทรีย์ การเน้นอุตสาหกรรมจะทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประโยชน์ของทุนต่างชาติเท่านั้น

นายสุนทร คมคาย และตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศย้ำชัดเจนว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกของการต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิด โดยเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งและประชาชนชาวปราจีนบุรี ได้กำหนดนัดหมายรวมตัวครั้งใหญ่ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป     ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี    เพื่อปักหลักรอฟังคำตอบและมติจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอย่างเป็นทางการ และจะไม่มีการถอยจนกว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจ

“สงครามนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่เราจะร่วมมือกัน ยื้อแย่งจังหวัดปราจีนบุรีเอาไว้ในมือของลูกหลานเรา ให้เป็นที่หาอยู่หากิน เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์และเกษตรอินทรีย์ตลอดไป” — ตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง กล่าวปราศรัยก่อนเดินทางกลับ

###  มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี###

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts